สมาชิกเข้าระบบ
ยูสเซอร์เนม :
รหัสผ่าน :
 

ลืมรหัสผ่าน  |   สมาชิกใหม่

ปริญญา ผลิเจริญสุข
เมนูหลัก
ห้องภาพ
Web คณิตศาสตร์น่าสนใจ
ลิงค์ที่เข้าบ่อย

ปฏิทินการศึกษา ปี2551
July 2014
S M T W T F S
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    
             
สมาชิกจดหมายข่าว
สมัคร ยกเลิก
บทความ
ความสำคัญและความเป็นมาของปัญหา

การศึกษานับเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพของคนในประเทศ    เพราะรากฐานของชาติ  คือ คน รากฐานของคน  คือ การศึกษา   คนที่มีคุณภาพจะช่วยสร้างความเจริญที่ยั่งยืนในอนาคตได้  การเตรียมคนที่มีคุณภาพเพื่อเป็นผู้นำด้านต่าง ๆ    จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ    ที่จะนำพาชาติให้เจริญก้าวหน้า   การปรับโครงสร้างทางการศึกษา  การปฏิรูปการศึกษาต้องทำอย่างจริงจังและจริงใจ  ต้องร่วมมือกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางการศึกษา    การฝึกฝนคนที่มีสติปัญญาให้ได้เป็นผู้นำในการแก้ปัญหาต่าง ๆ   อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ ๆ  อันเป็นกำลังสำคัญในการบริหารและพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า    ต้องสร้างคนเก่งหัวกะทิขึ้นมาเพื่อเป็นผู้นำทางวิชาการในอนาคต      แม้ว่าเราจะใช้เงินทองสักเท่าไรก็ตาม     ถ้าทำได้ก็ย่อมมีความคุ้มค่า ( โกวิท  วรพิพัฒน์.  2535  :  8)  

เป้าหมายของการจัดการศึกษาตามแผนการศึกษาชาติคือ การพัฒนาคนและคุณภาพของคนให้เป็นผู้ที่มีปัญญา รู้จักเหตุและผล รู้จักแก้ปัญหาได้อย่างชาญฉลาด  รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  มุ่งพัฒนาพฤติกรรมทางสังคมที่ดีงามทั้งในการทำงาน  และการอยู่ร่วมกัน   ( สำนักงานคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ. 2540 :1 -  2 )  จะเห็นว่า   การจัดการศึกษาในปัจจุบันได้ให้ความสำคัญในเรื่องการแก้ปัญหา    วัตถุประสงค์ประการหนึ่งในการศึกษาวิชาคณิตศาสตร์คือ   ให้   ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา ฝึกกระบวนการคิด  ทำให้ผู้เรียนรู้จักการคิดวิเคราะห์หาเหตุผล  ใน Curriculum  and  Evaluation  Standards  for  School  Mathematics  (1989)   กล่าวว่า การแก้ปัญหาควรจะเป็นจุดเน้นที่สำคัญในหลักสูตรคณิตศาสตร์ เป็นเป้าหมายพื้นฐานในการสอนคณิตศาสตร์  และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับการเรียนคณิตศาสตร์   (Kennedy and Tipps. 1994 : 135 )    การ แก้ปัญหาเป็นสิ่งสำคัญ  สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้แนวคิดและทักษะต่าง ๆ  ทางคณิตศาสตร์  (NTCM. 2000 :182 : citing Schroeder and Lester. 1989. New Directions  for Elementary  School  Mathematics.) นอกจากนี้ สมาคมครูคณิตศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา(NTCM)ได้กำหนดให้การแก้ปัญหา  เป็น 1 ใน 5  มาตรฐานกระบวนการทางคณิตศาสตร์  ใน  Curriculum  and  Evaluation  Standards  for  School  Mathematics  ปี ค.ศ.  2000  (NTCM.  2000  :  29)

ดังนั้น การเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์จึงควรเน้นช่วยผู้เรียนให้ได้รับการฝึกประสบการณ์เพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหา  ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญยิ่งที่จะต้องพัฒนาให้เกิดในตัวผู้เรียน  เพื่อนำไปใช้ในการดำรงชีวิต  ดังที่ โพลยา กล่าวว่า  การแก้ปัญหาเป็นพฤติกรรมพื้นฐานของมนุษย์  ส่วนใหญ่ที่สุดของความคิดขณะที่มนุษย์ยังมีสติจะเกี่ยวข้องกับปัญหา (Polya. 1957  :  221)  มนุษย์มีการแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลาเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้    ความเจริญก้าวหน้าของโลกที่เกิดขึ้นก็เกิด จากการรู้จักแก้ปัญหาของมนุษย์   ฟิชเชอร์ กล่าวว่า  ทักษะการแก้ปัญหา  เป็นทักษะพื้นฐานสำหรับการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน  ส่งเสริมความสามารถในระดับต่าง ๆ  ที่จะนำไปสู่การประสบความสำเร็จในชีวิต  ทักษะการแก้ปัญหานี้จะส่งผลต่อทักษะอื่น ๆ    ได้แก่    ความคิดสร้างสรรค์    และความคิดวิจารณญาณ   และส่งเสริมกลยุทธ์ต่าง ๆ   ได้แก่  การสังเกต  การออกแบบ  การตัดสินใจ  การระดมสมองทำงานเป็นกลุ่ม  และใช้เป็นเครื่องมือหาคำตอบ  การแก้ปัญหาเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์   ดังนั้น  การแก้ปัญหาจึงมีความสำคัญในการจัดการศึกษาของมนุษย์ด้วย  (Fisher. 1987 : 2 - 3) 

                สำหรับประเทศไทย  ในระดับประถมศึกษาได้จัดวิชาคณิตศาสตร์อยู่ในกลุ่มทักษะ  จากการประเมินคุณภาพการศึกษาของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  6 ปีการศึกษา  2541  โดยสำนักทดสอบทางการศึกษา  กรมวิชาการ  กระทรวงศึกษาธิการ  พบว่าวิชาคณิตศาสตร์(1)  มีคะแนนเฉลี่ยของผู้เรียนเท่ากับ 18.6 จากคะแนนเต็ม 40  และวิชาคณิตศาสตร์ (2) มีคะแนนเฉลี่ยของผู้เรียนเท่ากับ 19.6 จากคะแนนเต็ม 40   เช่นกัน  นอกจากนี้ในวิชาคณิตศาสตร์(2)   ซึ่งวัดการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน  การรู้จักคิดอย่างมีเหตุผล   การแสดงความคิดออกมาอย่างมีระบบ   มีจำนวนผู้เรียนที่ควรปรับปรุงมากกว่าวิชาอื่น ๆ ถึงร้อยละ16.80 (กรมวิชาการ.  2541 : 15)  ทั้งนี้สาเหตุอาจมาจากตัวผู้เรียนเอง  คือผู้เรียนวิเคราะห์โจทย์ปัญหาไม่ได้  ขาดการคิดอย่างมีเหตุผลและการคิดอย่างมีระบบ   และสภาพปัญหาคุณภาพการสอนของผู้สอน   คือ   ผู้สอนขาดเทคนิคการสอน   เทคนิคการสอนไม่ได้เอื้ออำนวยให้เกิดความคิดอย่างมีเหตุผลและมีระบบตามกระบวนการทางคณิตศาสตร์    ขาดการฝึกทักษะให้กับผู้เรียน  ผู้สอนไม่ได้ผลิตสื่อที่ตรงตามกระบวนการแก้โจทย์ปัญหา  (กรมวิชาการ. 2539  :  98) 

การพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหานั้น   ตามทฤษฏีพัฒนาการทางปัญญา ( Theory of Cognitive Development  ) ของ  พีอาเจต์   ( Jean  Piaget) กล่าวว่า  ความสามารถในการแก้ปัญหาจะเริ่มพัฒนาการมาตั้งแต่ขั้นที่ 3  คือ Stage of concrete operations   เด็กที่มีอายุ  7 - 11  ปี  มีความสามารถที่จะอ้างอิงด้วยเหตุผลไม่ขึ้นกับการรับรู้ด้วยรูปร่างเท่านั้น     สามารถแบ่งกลุ่มด้วยเกณฑ์หลาย ๆ อย่าง และคิดย้อนกลับได้  สามารถแก้ปัญหาที่มีการดำเนินการที่ยุ่งยากได้   แต่ยังเป็นปัญหาที่เป็นรูปธรรมอยู่  ต่อมาถึงระดับการพัฒนาการขั้นที่  4  คือ  Stage  of  formal  operations  เด็กมีอายุ 12 - 14  ปี  จะมีความสามารถในการหาเหตุผลดีขึ้นและสามารถคิดแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้  เด็กวัยนี้เป็นผู้ที่คิดเหนือไปกว่าปัจจุบัน  สนใจที่จะสร้างทฤษฎีเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่าง  และมีความพอใจที่จะคิดพิจารณาเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่มีตัวตนหรือสิ่งที่เป็นนามธรรมชนิดสลับซับซ้อนได้  (Hergenahn  and  Matthew.  1997  :  287  -  288)  เนื่องจากเด็กผู้เรียนในระดับประถมศึกษาปีที่  6  นั้นมีอายุอยู่ในช่วงปลายของขั้นที่ 3  หรืออยู่ในช่วงต้นขั้นที่  4  ซึ่งตามทฤษฎีพัฒนาการตามสติปัญญาของพีอาเจต์ จะเห็นว่า  ผู้เรียนในระดับนี้เริ่มมีความสามารถในการแก้ปัญหาแล้ว  ดังนั้น ผู้วิจัยจึงเชื่อว่าเด็กในระดับนี้น่าที่จะรับหรือเรียนรู้ในการฝึกเพื่อพัฒนาทางด้านความสามารถในการแก้ปัญหาได้  และถ้าพวกเขามีความสามารถหรือมีทักษะในการแก้ปัญหาแล้ว จะเป็นประโยชน์ในการศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาหรือในระดับสูงต่อไป  การที่จะฝึกให้ผู้เรียนมีความสามารถในการแก้ปัญหานั้น  กิจกรรมการเรียนการสอนและบทบาทของผู้สอนนับว่าสำคัญต่อการที่จะช่วยให้ผู้เรียนมีความสามารถในการแก้ปัญหา   ผู้สอนสามารถช่วยให้ผู้เรียนเป็นนักแก้ปัญหาได้    โดยการเลือกปัญหาที่เหมาะสมให้ผู้เรียนทำ  ประเมินความเข้าใจและการใช้ยุทธวิธีต่าง ๆ  ของผู้เรียน  (NTCM.  2000  :  185)   ผู้สอนควรมีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ช่วยในการสอนการแก้ปัญหา

ปัจจุบันความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กไทยยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร ทั้งที่การแก้ปัญหาเป็นกระบวนการที่สำคัญกระบวนการหนึ่งในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์  อีกทั้งยังไม่มีเครื่องมือที่จะพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหานี้ที่เด่นชัด    ผู้วิจัยจึงคิดที่จะพัฒนาเครื่องมือดังกล่าวในรูปของชุดฝึกพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์  ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษา  ปีที่  6  ซึ่งประกอบด้วยแผนการสอน  แบบฝึกการแก้ปัญหา และแบบทดสอบ    โดยชุดฝึกพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์  ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นนี้จะยึดหลักการตามนักการศึกษา  ซึ่งกล่าวถึงการสอนการแก้ปัญหาไว้  3  แนวทาง  คือ    การสอนเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการสอนการปัญหา    การสอนโดยการใช้ปัญหา   (Baroody.  1993  :  2  -  31)    และถ้าชุดฝึกพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์     ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพจะเป็นแนวทางในการสอนเพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ต่อไป




 
เข้าดู(27710)


บทความมาใหม่ล่าสุด
A00066 27:7:2007 -  แบบฝึกหัดเสริมศักยภาพทางคณิตสาสตร์ เล่ม ๑ (3922)
A00064 27:7:2007 -  ชื่อเมืองในประวัติศาสตร์ (899)
A00062 27:7:2007 -  ตราประจำองค์รัชกาลต่าง ๆ ของไทย (7691)
A00061 27:7:2007 -  ชื่อเดิมของวัดต่าง ๆ ในเมืองไทย (6158)
A00060 27:7:2007 -  ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประเทศไทย (31381)
A00059 27:7:2007 -  คนแรก และสิ่งแรกของไทย (12301)
A00058 27:7:2007 -  ตราประจำกระทรวงของประเทศไทย (20406)
A00057 27:7:2007 -  คนแรกของโลก (7087)
A00056 27:7:2007 -  ที่สุดของโลก (4943)
A00055 27:7:2007 -  พระมหากษัตริย์ไทย (5167)
ดูทั้งหมด>>